|
๒๕. มารย่อมรังควานบุคคลผู้มีปรกติเห็นอารมณ์ว่างาน ผู้ไม่สำรวมแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย ไม่รู้ประมาณในโภชนะ เกียจคร้าน มีความเพียรเลว เหมือนลมระรานต้นไม้ที่ทุรพล ฉะนั้น (๓๘/๒๐ คาถาธรรมบท) |
|
๒๖. ชนทั้งหลายผู้ไม่เกียจคร้าน ขุดภาคพื้นที่ทางทราย ได้พบน้ำในทางนั้น ณ ที่ราบ ฉันใด มุนีผู้ประกอบด้วยความเพียรและกำลัง เป็นผู้ไม่เกียจคร้าน พึงได้ความสงบใจ ฉันนั้น (๔๒/๑ วัณณุปถชาดก) |
|
๒๗. เพราะขับไล่ความหลับ ความเกียจคร้าน ความบิดกาย ความไม่ยินดี และความมึนเมาเพราะภัต ด้วยความเพียร อริยมรรคย่อมบริสุทธิ์ได้ (๒๓/๑๓ นิททาตันทิสูตร) |
|
๒๘. เมื่อชีวิตจะสิ้นไป ความเป็นสมณะที่ดีจักมีแก่ภิกษุผู้เกียจคร้าน ผู้ติดอยู่ในความสุขในร่างกายแต่ที่ไหน (๔๑/๔๐๕ อธิมุตตเถรคาถา) |
|
๒๙. ความสงสัยอย่างใดอย่างหนึ่งในอัตภาพนี้ หรือในอัตภาพอื่น ในความรู้ของตนหรือในความรู้ของคนผู้อื่น บุคคลผู้เพ่งพินิจ มีความเพียร ประพฤติพรหมจรรย์อยู่ ย่อมละความสงสัยเหล่านั้นได้ทั้งหมด (๓๘/๒๑๑-๒๑๒ กังขาเรวตสูตร) |
|
๓๐. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นอย่างหนึ่ง ที่เป็นเหตุให้อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น หรือกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว เสื่อมไป เหมือนความเป็นผู้เกียจคร้าน ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลเกียจคร้านแล้ว อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น และกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเสื่อมไป (๓๑/๑๕ บาลีแห่งเอกธรรม) |
หมวดถัดไป ๕.๑๑ หมวดสัจจะ
กลับสู่เมนู อ่านพระไตรปิฎกและรวมคำสอนจากพระโอษฐ์ที่นี่

