
|
๙. บุรุษกล่าวผัดเพี้ยนการงานที่ควรจะทำในวันนี้ว่า ควรทำในวันพรุ่งนี้ การงานที่ควรจะทำในวันพรุ่งนี้ว่า ควรทำในวันต่อไป ย่อมเสื่อมจากการงานนั้น (๔๓/๖๗๙ หัตถปาลชาดก) |
|
๑๐. บุคคลผู้กระทำความเพียรอยู่ แม้จะตาย ก็ชื่อว่าไม่เป็นหนี้ คือ ไม่ถูกติเตียนในระหว่างหมู่ญาติ เทวดาและพรหมทั้งหลาย อนึ่ง บุคคลเมื่อกระทำกิจของบุรุษอยู่ย่อมไม่เดือดร้อนในภายหลัง (๔๔/๒๓๒ มหาชนกชาดก) |
|
๑๑. บุคคลผู้บริโภคมาก มักง่วงซึม นอนหลับ พลิกกลับไปมา ดุจสุกรใหญ่ อันบุคคลปรนปรือด้วยเหยื่อ เมื่อนั้น บุคคลนั้น เป็นคนเขลา เข้าห้อง (ครรภ์) บ่อยๆ (๓๘/๗๖ คาถาธรรมบท) |
|
๑๒. เมื่อใด บุคคลเป็นผู้ง่วงเหงาและกินมาก มักนอนหลับกลิ้งเกลือกไปมา เมื่อนั้นเขาเป็นคนเขลา ย่อมเข้าห้องบ่อยๆ เหมือนสุกรใหญ่ที่เขาปรนปรือด้วยเหยื่อ ฉะนั้น (๔๑/๓๖๗ ทาสกเถรคาถา) |
|
๑๓. คนโง่เขลา มัวแต่นอนหลับตลอดทั้งคืน และคลุกคลีอยู่ในหมู่ชนตลอดทั้งวัน เมื่อไรจักทำที่สุดทุกข์ได้เล่า (๔๑/๓๙๓ นีตเถรคาถา) |
|
๑๔. ความคิดที่ยังมิได้คิดก็มีอยู่บ้าง ความคิดที่ดีแล้วเสื่อมหายไปบ้าง โภคะทั้งหลายของสตรีหรือบุรุษ หาสำเร็จด้วยความคิดไม่ (๔๔/๒๓๕ มหาชนกชาดก) |
|
๑๕. บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง สิ่งใดล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็เป็นอันละไปแล้ว และสิ่งที่ยังมาไม่มาถึง ก็เป็นอันยังไม่มาถึง ก็บุคคลใดเห็นแจ้งธรรมปัจจุบัน ไม่ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลนในธรรมนั้นๆ ได้ บุคคลนั้นพึงเจริญธรรมนั้นเนืองๆ ให้ปรุโปร่งเถิด พึงทำความเพียรเสียในวันนี้แหละ ใครเล่าจะรู้ความตายในวันพรุ่ง เพราะว่าความผัดเพี้ยนกับมัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่นั้น ย่อมไม่มีแก่เราทั้งหลาย พระมุนีผู้สงบย่อมเรียกบุคคลผู้มีปกติอยู่อย่างนี้ มีความเพียร ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน นั้นแลว่า ผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ (๒๒/๔๒๑-๔๒๒ ภัทเทกรัตตสูตร) |
|
๑๖. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่สรรเสริญแม้ชึ่งความตั้งอยู่ในกุศลธรรมทั้งหลาย ไฉนจะสรรเสริญความเสื่อมรอบในกุศลธรรมทั้งหลายเล่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย แต่เราสรรเสริญความเจริญในกุศลธรรมทั้งหลาย มิใช่ความตั้งอยู่ มิใช่ความเสื่อมในกุศลธรรมทั้งหลาย (๓๗/๑๓๙ ฐิติสูตร) |

