
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๒๕. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเป็นผู้ไม่ประมาท มีสติ มีศีล อันดีเถิด จงเป็นผู้มีความดำริตั้งมั่นดีแล้ว ตามรักษาจิตของตนเถิด ผู้ใด จักเป็นผู้ไม่ประมาท อยู่ในธรรมวินัยนี้ ผู้นั้น จักละชาติสงสาร แล้วกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ดังนี้ (๑๕/๑๖๖ มหาปรินิพพานสูตร) |
|
๒๖. พรหมจรรย์อันเรากล่าวดีแล้ว อันผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล เป็นเหตุทำให้บรรพชาผู้ไม่ประมาท ศึกษาอยู่ ไม่เป็นโมฆะ (๒๐/๖๓๖-๖๓๗ เสลสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสกับเสลพราหมณ์) |
|
๒๗. พรหมจรรย์อันเรากล่าวดีแล้ว อันผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล เป็นเหตุทำให้บรรพชาของผู้ไม่ประมาท ศึกษาอยู่ ไม่เป็นโมฆะ (๓๖/๕๐๒ เทวตาสูตร) |
|
๒๘. ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราขอเตือนเธอทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิดดังนี้ นี้เป็นวาจาครั้งสุดท้ายของตถาคต (๒๔/๓๑๖ ปรินิพพานสูตร) |
|
๒๙. ดูกรภิกษุทั้งหลาย กิจใดที่ศาสดาผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล ผู้อนุเคราะห์เอื้อเอ็นดู พึงกระทำแก่สาวก กิจนั้นเรากระทำแล้วแก่เธอทั้งหลาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง ขอเธอทั้งหลายจงเพ่งพินิจ อย่าประมาท อย่าต้องเป็นผู้เดือนร้อนใจในภายหลังเลย นี้คืออนุศาสนีของเราสำหรับเธอทั้งหลาย (๓๕/๑๗๔ อรกานุศาสนีสูตร) |
หมวดถัดไป ๔.๑๕ หมวดนรก
กลับสู่เมนู อ่านพระไตรปิฎกและรวมคำสอนจากพระโอษฐ์ที่นี่

