
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๙. ผู้ใดอาศัยอาหารที่ผู้อื่นให้เป็นอยู่ ได้ก้อนข้าวแต่ส่วนที่ดี ส่วนปานกลางหรือส่วนที่เหลือ ไม่อาจจะกล่าวชม ทั้งไม่กล่าวทับถมให้ทายกตกต่ำ ไม่หมกมุ่นอยู่ในรูปแห่งหญิงอะไรๆ ที่กำลังเป็นสาว เป็นผู้รู้เที่ยวไปอยู่ ปราศจากความยินดีในเมถุน ไม่กำหนัดหลุดพ้นแล้วจากความมัวเมาประมาท ผู้นั้นนักปราชญ์ย่อมประกาศว่าเป็นมุนี (๓๙/๔๙๘ มุนีสูตร) |
|
๑๐. ผู้ใดไม่มีกามทั้งหลาย ไม่มีตัณหา และข้ามความสงสัยได้แล้ว ความพ้นวิเศษอย่างอื่นของผู้นั้นไม่มี ผู้นั้นไม่มีความปรารถนา และไม่เป็นผู้ปรารถนาอยู่ด้วย ผู้นั้นเป็นคนมีปัญญา มิใช่เป็นผู้มีปรกติกำหนดด้วยปัญญาอยู่ด้วย ท่านจงรู้จักมุนี ว่าเป็นผู้ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล ไม่ข้องอยู่แล้วในกามและภพแม้อย่างนี้ (๓๙/๗๓๔-๗๓๕ โตเทยยปัญหา) |
|
๑๑. บุคคลนั้นแลผู้ไม่โกรธ ไม่สะดุ้ง ไม่โอ้อวด ไม่มีความรำคาญ พูดด้วยปัญญา ไม่ฟุ้งซ่าน สำรวมวาจา เป็นมุนี (๔๖/๓๖๓ ปุราเภทสุตตนิเทส) |
|
๑๒. บุคคลไม่เป็นมุนีด้วยความเป็นผู้นิ่ง แต่เป็นผู้เปล่า ไม่ใช่ผู้รู้ ส่วนบุคคลใดเป็นบัณฑิตถือธรรมอันประเสริฐ ละเว้นบาปทั้งหลาย เหมือนคนที่ถือเครื่องชั่งตั้งอยู่ ฉะนั้น บุคคลนั้นชื่อว่าเป็นมุนี เรียกว่าเป็นมุนี โดยเหตุนั้น และบุคคลใด ย่อมรู้โลกทั้ง ๒ บุคคลนั้นเรียกว่าเป็นมุนี โดยเหตุนั้น บุคคลใดรู้ธรรมของอสัตบุรุษและธรรมของสัตบุรุษ ในโลกทั้งปวง ทั้งภายในภายนอก ก้าวล่วงธรรมเป็นเครื่องข้องและตัณหาเพียงดังว่าข่าย ดำรงอยู่ เป็นผู้อันเทวดาและมนุษย์บูชา บุคคลนั้นชื่อว่ามุนี (๔๖/๙๑-๙๒ คุหัฏฐกสุตตนิเทส) |
|
๑๓. ผู้ใดไม่มีกิเลสเครื่องให้เนิ่นช้าและความตั้งอยู่(ในสงสาร) ก้าวล่วงซึ่งที่ต่อ คือ ตัณหาทิฐิและลิ่มคืออวิชชาได้ แม้สัตว์โลกพร้อมทั้งเทวโลก ย่อมไม่ดูหมิ่นผู้นั้น ผู้ไม่มีตัณหา เป็นมุนี เที่ยวไปอยู่ (๓๘/๒๕๔-๒๕๕ ปปัญจขยสูตร) |
|
๑๔. ผู้ฉลาดในโลกนี้ ไม่กล่าวบุคคลว่าเป็นมุนี ด้วยความเห็น ด้วยความสดับ หรือด้วยความรู้(ด้วยศีลและวัตร) ชนเหล่าใด กำจัดเสนามารให้พินาศแล้ว ไม่มีความทุกข์ ไม่มีความหวัง เที่ยวไปอยู่ เรากล่าวชนเหล่านั้นว่าเป็นมุนี (๓๙/๗๓๐ นันทปัญหา) |
|
๑๕. สัตว์ทั้งหลายผู้ประกอบด้วยกามโยคะ ภวโยคะ ทิฐิโยคะ และอวิชชาโยคะ ย่อมเป็นผู้มีปรกติถึงชาติและมรณะ ไปสู่สงสาร ส่วนสัตว์เหล่าใด กำหนดรู้กามทั้งหลายและภวโยคะโดยประการทั้งปวง ถอนขึ้นซึ่งทิฐิโยคะ และสำรอกอวิชชาเสียได้ สัตว์เหล่านั้นแล เป็นผู้พรากจากโยคะทั้งปวงเป็นมุนี ผู้ล่วงพ้นโยคะเสียได้ (๓๒/๑๘ โยคสูตร) |
|
๑๖. มุนีมีบาตรในมือเที่ยวไปอยู่ ไม่เป็นใบ้ ก็สมมติว่าเป็นใบ้ ไม่พึงหมิ่นทานว่าน้อย ไม่พึงดูแคลนบุุคคลผู้ให้ (๓๙/๖๓๐ นาลกสูตร) |

