พระพุทธศักดิ์สิทธิ์ วัดโพรงจระเข้
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สืบทอดพระพุทธศาสนา
นำทางสู่การพ้นทุกข์

     ๑. ผู้ทำร้ายผู้อื่น ผู้เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย

     (๑๕/๖๙ มหาปทานสูตร)

     ๒. ผู้ใดแสวงหาความสุขเพื่อตน ย่อมเบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายผู้ใคร่ความสุขด้วยท่อนไม้ ผู้นั้นย่อมไม่ได้ความสุขในโลกหน้า ผู้ใดแสวงหาความสุขเพื่อตน ย่อมไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายผู้ใคร่ความสุขด้วยท่อนไม้ ผู้นั้นย่อมได้ความสุขในโลกหน้า

     (๓๘/๑๑๗ ทัณฑสูตร)

     ๓. ก็ผู้ใดพึงประทุษร้ายต่อบุคคลผู้ไม่ประทุษร้าย ผู้ไม่กระทำกรรมอันลามก ผลอันลามกย่อมถูกต้องผู้นั้นแล

     (๓๘/๔๐๗ เทวทัตตสูตร)

     ๔. บุคคลผู้มีจิตคิดประทุษร้าย ย่อมไม่มีความเจริญเลย ใช่แต่เท่านั้น เทวดาทั้งหลาย ก็ไม่บูชาผู้นั้น

     (๔๒/๑๖๐ มัจฉทานชาดก)

     ๕. ชนเหล่าใดแล พยายามในทางร้ายกาจ ย่อมเบียดเบียนมนุษย์ทั้งหลาย ด้วยการกระทำอันเจือด้วยความผลุนผลันก็ดี ด้วยการกระทำมีความประสงค์ต่างๆ ก็ดี ชนเหล่านั้น กระทำทุกข์ให้แก่ผู้อื่นฉันใด แม้ผู้อื่น ก็ย่อมทำทุกข์ให้แก่ตน ฉันนั้น เพราะนรชนทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่วก็ตาม ย่อมเป็นผู้รับผลแห่งกรรมที่ตนทำไว้นั้นโดยแท้

     (๔๑/๔๑๓-๔๑๔ โชคิทาสเถรคาถา)

     ๖. ผู้ใดปรารถนาจะชิงเอาสิ่งของของผู้อื่นด้วยอุบายใหญ่น้อย ฆ่าผู้อื่น เบียดเบียนผู้อื่น ทำคนอื่นให้เศร้าโศก ฉกชิงเอาสิ่งของของคนอื่น ด้วยความทารุณร้ายกาจ การกระทำของผู้นั้น เป็นการกระทำอาศัยความยินดีในการประกอบด้วยความฉิบหาย

     (๔๑/๕๓๘ ปาราสริยเถรคาถา)

     ๗. ผู้ใดประทุษร้ายต่อคนผู้ไม่ประทุษร้าย เป็นบุรุษผู้หมดจด ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องยั่วยวน บาปย่อมกลับสนองผู้นั้นผู้เป็นพาลนั่นเอง เปรียบเหมือนธุลีอันละเอียด ที่บุคคลซัดไปสู่ที่ทวนลม ฉะนั้น

     (๒๔/๓๒๙ พิลังคิกสูตร)

     ๘. เหตุผล สภาพธรรม วาจาสุภาษิต มิได้มีในบุคคลผู้ประทุษร้ายเลย บุคคลพึงพยายามหลีกไปให้พ้นบุคคลผู้ประทุษร้าย ก็บุคคลผู้ประทุษร้ายนั้น ย่อมไม่ยินดีคำสุภาษิตของสัตบุรุษทั้งหลาย

     (๔๒/๓๖๕ ทีปิชาดก)

เชิญร่วมบุญ