
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๑. ผู้ชำนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมนอนเป็นทุกข์ บุคคลละความชนะและความแพ้เสียแล้ว จึงสงบระงับนอนเป็นสุข (๒๓/๑๖๕ ปฐมสังคามวัตถุสูตร) |
|
๒. ผู้คอยจองเวรอยู่ในที่ใด บัณฑิตไม่ควรอยู่ในที่นั้น บุคคลอยู่ในที่มีคนจองเวรเพียงคืนเดียวหรือสองคืน ก็อยู่เป็นทุุกข์ (๔๒/๓๑๖ กปิชาดก) |
|
๓. คนมีเวรกันอยู่ในที่ใด บัณฑิตไม่ควรอยู่ในที่นั้น เพราะเมื่ออยู่ในพวกคนมีเวรกัน คืนเดียวหรือสองคืน ก็อยู่เป็นทุกข์ (๔๒/๔๒-๔๓ เวริชาดก) |
|
๔. ผู้ใดปรารถนาความสุขเพื่อตน ด้วยการเข้าไปตั้งความทุกข์ไว้ในผู้อื่น ผู้นั้นระคนแล้วด้วยความเกี่ยวข้องด้วยเวร ย่อมไม่พ้นไปจากเวร (๓๘/๗๐ คาถาธรรมบท) |
|
๕. ก็ชนเหล่าใดผูกโกรธเขาว่า คนโน้นได้ด่าเรา คนโน้นได้ประหารเรา คนโน้นได้ชนะเรา คนโน้นได้ลักของของเรา เวรของชนเหล่านั้นย่อมไม่สงบ ส่วนชนเหล่าใดไม่ผูกโกรธเขาว่า คนโน้นได้ด่าเรา คนโน้นได้ประหารเรา คนโน้นได้ชนะเรา คนโน้นได้ลักของของเรา เวรของชนเหล่านั้นย่อมเข้าไปสงบได้ เวรในโลกนี้ ย่อมไม่ระงับได้ด้วยเวรเลย ในกาลไหนๆ แต่จะระงับได้ด้วยไม่มีเวรกัน นี้เป็นธรรมดามีมาเก่าแก่ (๒๒/๓๖๔ อุกปักกิเลสสูตร) |
|
๖. ในกาลไหนๆ เวรในโลกนี้ย่อมไม่ระงับเพราะเวรเลย แต่ย่อมระงับเพราะความไม่มีเวร ธรรมนี้เป็นของเก่า (๔๒/๓๗๐ โกสัมพิยชาดก) |
|
๗. ชีวิตนี้เป็นของฝืดเคือง เป็นของน้อย ทั้งประกอบไปด้วยทุกข์ ใครเล่า อาศัยชีวิตนี้แล้ว พึงก่อเวรกับใครๆ (๔๔/๒๑๖ เตมิยชาดก) |

