
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลักษณะ เครื่องหมาย เครื่องอ้าง ว่าเป็นพาลของคนพาลนี้ มี ๓ อย่าง คือ (๒๒/๓๘๐ พาลบัณฑิตสูตร) |
|
๒. คนพาลมีปัญญาทราม มีตนเหมือนข้าศึก เที่ยวทำบาปกรรมอันมีผลเผ็ดร้อน (๓๘/๓๐ คาถาธรรมบท) |
|
๓. คนพาลย่อมกล่าวคำที่ไม่ควรกล่าวทุกอย่างได้ในที่ทุกแห่ง (๔๒/๕๐ นังคลีสชาดก) |
|
๔. คนพาลทั้งหลาย ย่อมทำการพบปะกัน ความสนิทสนมหรือคุณที่เขาทำไว้ในกาลก่อนให้เสื่อมสูญไป คุณที่ทำไว้ในคนพาลทั้งหลายถึงจะมากมายก็ย่อมเสื่อมไปหมด เพราะคนพาลทั้งหลายเป็นคนอกตัญญู (๔๓/๔๔๔ ชุณหชาดก) |
|
๕. คนพาลย่อมสำคัญบาปประดุจน้ำหวาน ตลอดกาลที่บาปยังไม่ให้ผล แต่บาปให้ผลเมื่อใด คนพาลย่อมเข้าถึงทุกข์เมื่อนั้น บาปกรรมนั้นย่อมตามเผาคนพาล เหมือนไฟอันเถ้าปกปิดแล้ว ความรู้ย่อมเกิดแก่คนพาลเพื่อสิ่งมิใช่ประโยชน์อย่างเดียว ความรู้นั้นยังปัญญาของเขาให้ฉิบหายตกไป ย่อมฆ่าส่วนแห่งธรรมขาวของคนพาลเสีย (๓๘/๓๑-๓๓ คาถาธรรมบท) |
|
๖. คนพาลกระทำกรรมอันชั่วช้า ก็สำคัญว่า สิ่งนี้เท่านั้นประเสริฐ เห็นแต่เพียงโลกนี้ ไม่เห็นโลกหน้า ต้องได้รับเคราะห์ร้ายในโลกทั้งสอง (๔๓/๖๑๘ ศิริมันทชาดก) |
|
๗. คนพาลผู้ไร้ปัญญาทำกรรมลามกอยู่ ย่อมไม่รู้สึก ภายหลังย่อมเดือดร้อน เพราะกรรมของตนเอง เหมือนบุคคลถูกไฟไหม้ ฉะนั้น (๓๘/๔๓ คาถาธรรมบท) |
|
๘. คนพาลผู้มีปัญญาทรามย่อมแนะนำสิ่งไม่ควรแนะนำ ย่อมชักชวนในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ การแนะนำชั่วเป็นความดีของเขา คนพาลนั้น ถึงจะพูดดีก็โกรธ เขามิได้รู้วินัย การไม่เห็นคนพาลนั้นเป็นความดี (๔๓/๕๑๘ อกิติชาดก) |

