

|
๑. ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง กุศลธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมถึงการสงเคราะห์เข้าในอริยสัจ ๔ ในอริยสัจ ๔ เหล่าไหน คือ ในทุกขอริยสัจ ในทุกขสมุทัยอริยสัจ ในทุกขนิโรธอริยสัจ ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ (๑๘/๔๐๒ มหาหัตถิปโทปมสูตร ท่านพระสารีบุตรกล่าวกับภิกษุทั้งหลาย) |
|
๒. ท่านผู้มีอายุ บุคคลไม่รู้ชัดว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลไม่รู้ชัดอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าเป็นบุคคลมีปัญญาทราม (๑๘/๖๑๐ มหาเวทัลลสูตร ท่านพระสารีบุตรกล่าวกับพระมหาโกฏฐิกะ) |
|
๓. เพราะไม่เห็นอริยสัจ ๔ ตามความเป็นจริง เราและเธอทั้งหลายได้ท่องเที่ยวไปในชาตินั้นๆ ตลอดกาลนาน อริยสัจ ๔ เหล่านี้ เราและเธอทั้งหลายเห็นแล้ว ตัณหาที่จะนำไปสู่ภพถอนขึ้นแล้ว มูลแห่งทุกข์ตัดขาดแล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มี (๓๐/๖๗๒-๖๗๓ วัชชีสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสกับภิกษุทั้งหลาย) |
|
๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนท่อนไม้ที่บุคคลขว้างขึ้นไปบนอากาศแล้ว บางคราวเอาโคนตกลงมาก็มี บางคราวเอาตอนกลางตกลงมาก็มี บางคราวเอาปลายตกลงมาก็มี ฉันใด สัตว์ทั้งหลายผู้มีนิวรณ์ คือ อวิชชา มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบ ได้แล่นไปอยู่ ท่องเที่ยวไปอยู่ บางคราวจากโลกนี้ไปสู่ปรโลกก็มี บางคราวจากปรโลกมาสู่โลกนี้ก็มี ฉันนั้นเหมือนกัน ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะไม่เห็นอริยสัจ ๔ (๓๐/๖๘๓ ทัณฑสูตร) |
|
๕. ชนเหล่าใดย่อมไม่รู้ชัดซึ่งทุกข์ เหตุเกิดแห่งทุกข์ ความดับทุกข์โดยประการทั้งปวงไม่มีเหลือ และไม่รู้ชัดซึ่งทางให้ถึงความสงบทุกข์ ชนเหล่านั้นเสื่อมแล้วจากเจโตวิมุติและปัญญาวิมุติ ไม่ควรเพื่อกระทำที่สุดทุกข์ เข้าถึงชาติและชราโดยแท้ ส่วนชนเหล่าใดย่อมรู้ชัดซึ่งทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์โดยประการทั้งปวงไม่มีเหลือ และรู้ชัดซึ่งทางให้ถึงความสงบทุกข์ ชนเหล่านั้นถึงพร้อมแล้วด้วยเจโตวิมุติและปัญญาวิมุติ ควรเพื่อกระทำที่สุดทุกข์ ไม่เข้าถึงชาติและชรา (๓๐/๖๗๔ วัชชีสูตร) |
หมวดถัดไป ๖.๒ หมวดมรรค
กลับสู่เมนู อ่านพระไตรปิฎกและรวมคำสอนจากพระโอษฐ์ที่นี่

